st logo

 ความหมายตรา  แสงทอง

  หมายถึง ความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง นักเรียนของโรงเรียนแสงทองวิทยาทุกๆ คน จะต้องมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างตนเองให้มีความเจริญก้าวหน้าในแนวทางที่ถูกต้อง ควบคู่ไปพร้อมกับคุณธรรม(ในจิตใจ) เปรียบเสมือนแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ ที่สาดส่องให้แสงสว่างไปทั่วโลกและแสงสว่างแห่งธรรมที่ค้ำจุนโลก

 

ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนแสงทองวิทยา

 

            ตอนที่พระคุณเจ้าปาชอตตีมาเยี่ยมภาคใต้ในปี ค.ศ.1938 มีผู้ที่ขอให้ท่านเปิดกิจการโรงเรียนตามแบบของโรงเรียนอัสสัมชัญกรุงเทพฯ เมื่อเถ้าแก่ชีกิมหยงได้ถวายที่ดินจำนวน 6 ไร่ ให้แก่มิสซังในปี ค.ศ.1941 และต่อมาพร้อมที่จะถวายที่ดิน 3 ไร่ ให้แก่คณะซิสเตอร์ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ในปี ค.ศ.1949 (เดือนตุลาคม) เถ้าแก่ต้องการที่จะถวายเพื่อกิจการโรงเรียน

            ในปี ค.ศ.1950 ความฝันจึงเป็นจริงในที่สุด วันที่ 14 เดือนมีนาคม คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ได้มาหาดใหญ่เพื่อยื่นเรื่องขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนคอนแวนต์ ซึ่งตรงกับเวลาที่คณะซาเลเซียนเตรียมการเพื่อเปิดโรงเรียนหาดใหญ่วิทยา เช่นเดียวกัน

            คุณพ่อยอแซฟ วิตาลี ได้รับคำสั่งจากเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย คือ คุณพ่อเปโตร คาเร็ตโต ให้ย้ายไปอยู่หาดใหญ่  (22 เมษายน 1950)  และดำเนินการขอจัดตั้งโรงเรียน  โดยคุณพ่อยอบ  การ์นินี  เป็นเจ้าของ และ   คุณพ่อนาตัล  มาเน  เป็นผู้จัดการและครูใหญ่คนแรก

            ในวันที่ 17  พฤษภาคม  1950  มีการเปิดโรงเรียน (ไม่เป็นทางการ) มีจำนวนนักเรียน  22  คน  และในวันที่ 6 มิถุนายน  ปีเดียวกัน ได้รับใบอนุญาตเปิดโรงเรียนจากทางราชการ  ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  ถึงระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 และมีพิธีเปิดโรงเรียนในวันที่ 15 มิถุนายน และในวันที่  26  ธันวาคม  ได้รับอนุญาตให้ขยายระดับชั้นเรียนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (มัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบัน)  และรับนักเรียนได้จำนวน  212  คน 

            ในวันที่ 6 กันยายน  มีการขยายที่ดินที่คอหงส์ 14 ไร่  ที่คุณพ่อมารีโอเคยซื้อไว้  และวันที่ 30 พฤศจิกายน  บุตรของเถ้าแก่ชีกิมหยงได้ถวายที่ดินอีก 3 ไร่  เพราะเห็นแก่ความช่วยเหลือที่คุณพ่อเจ้าคณะ เปโตร คาเร็ตโต  ได้ให้แก่ครอบครัวนี้เพื่อช่วยให้ฟื้นตัวหลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในวันที่ 18 มีนาคม 1950 ต่อมาในวันที่ 19  พฤศจิกายน  ค.ศ.1953  ลูกๆของเถ้าแก่ได้ถวายที่ดินอีก  4 ไร่  เพื่อให้ครบแปลง  แต่จะมีการโอนที่ดินในปี ค.ศ.1958 ตั้งแต่ปี 1951 มีการขยายอาคารเรียนและระดับชั้นมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของนักเรียนในโรงเรียนด้วย และในเดือนพฤษภาคม 1953 มีคุณพ่อการ์โร  กาเซตตา  ซึ่งเดินทางมาจากโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ย้ายมาเป็นคุณพ่ออธิการโรงเรียนต่อจากนั้นในเดือนตุลาคมปีเดียวกันคุณพ่อการ์โร   กาเซตตา  ก็ได้ย้ายไปประจำอยู่ที่โรงเรียนโรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย  บ้านโป่ง  ราชบุรี  และมีคุณพ่อยอแซฟ   วิตาลี  กลับมาเป็นคุณพ่ออธิการอีกครั้งหนึ่ง

            ในวันที่ 3 พฤษภาคม 1954 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาได้รับการเปลี่ยนเป็นชื่อโรงเรียนแสงทองวิทยา   โดยคุณพ่อประชุม  มิ่นประพาฬ  เป็นผู้ดำเนินเรื่อง

            ห้าปีแรกของโรงเรียนเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างลำบากและไม่แน่นอน  อาคารยังเป็นไม้  ที่ดินยังแคบและมีผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินหลายครอบครัว  แต่ความตั้งใจของคณะซาเลเซียนที่จะรับใช้ชาวหาดใหญ่ตามที่เขาคาดหวัง ทำให้ คุณพ่อยอแซฟ วิตาลี อธิการและคุณพ่อเจมส์  ได้ทุ่มเทสอนภาษาอังกฤษและสร้างความครึกครื้นสนุกสนานด้วยการร้องเพลงและเริ่มวงดุริยางค์  ใน 4 ปีแรกมีการเก็บค่าเล่าเรียนเพียง 30 บาท  ต่อมาเมื่อเปลี่ยนชื่อโรงเรียนแล้วมีการเก็บค่าเล่าเรียน  100 บาท  จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นถึง 450 คน

            และในปี 1955 คุณพ่อยอร์ช ไบบอตตี มารับหน้าที่คุณพ่ออธิการแทนคุณพ่อยอแซฟ วิตาลี, คุณพ่อวีระ เจนผาสุกเป็นคุณพ่อศึกษา  และต่อมาบราเดอร์สนั่น เป็นผู้จัดการ  ส่วนคุณพ่อยอแซฟ  ฟอร์ลัสซีนี เป็นรองอธิการและคุณพ่อเจ้าวัด  ในขณะนั้นโรงเรียนได้รับอนุญาตให้ขยายชั้นเรียนเพิ่มขึ้นและมีนักเรียนจำนวน  764  คน

            ในวันที่ 16  กรกฎาคม  1958  ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รับรองวิทยฐานะของโรงเรียน  ตั้งแต่ ค.ศ.1955-1960 เป็นระยะเวลาที่โรงเรียนมีระเบียบวินัยเคร่งครัดและมีการขยายตัวอย่างมั่นคง  มีการก่อสร้างตึก 3 ชั้นซึ่งในปัจจุบันนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนแสงทอง  เริ่มก่อสร้างและวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1959  และทำพิธีเปิดในวันที่ 24 กันยายน ค.ศ.1960 โดยมีสมณฑูตท่านกอร์ดอล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และคุณพ่อเจ้าคณะมารีโอ รูเซ็ดดิ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ระยะนี้โรงเรียนแสงทองมีชื่อเสียงดังทั่วภาคใต้เป็นโรงเรียนมั่นคงและดีเด่น  มีนักเรียนจำนวน  1,522 คน

            ในปี 1962  มีคุณพ่อปีเตอร์  เปนซา  มารับหน้าที่คุณพ่ออธิการแทนคุณพ่อยอร์ช  ไบบอตตี  (ซึ่งย้ายไปรับตำแหน่งเหรัญญิกแขวงที่กรุงเทพฯ) คุณพ่อปีเตอร์ รับตำแหน่งได้ 2 ปี ก็มีคุณพ่อเฟาส์โต  มอตตา มารับหน้าที่อธิการแทน จนถึงปี ค.ศ.1967 ต่อมาคุณพ่อยวงโกลมบินี เป็นอธิการและมีคุณพ่อสนมเป็นผู้จัดการ

            ในปี ค.ศ. 1968  มีคุณพ่อนาตัล  มาเน  มารับหน้าที่เป็นคุณพ่ออธิการของโรงเรียน  (ซึ่งเคยเป็นผู้จัดการ/ครูใหญ่คนแรกของโรงเรียน)  ในวาระที่ท่านกำลังดำรงตำแหน่งในระหว่างปี  19681973  มีการพัฒนาอาคารสถานที่ของวัดและโรงเรียนแสงทองวิทยาครั้งใหญ่ โดยที่คุณพ่อยอห์น  วิสเซอร์ เป็นรองอธิการฯในปี ค.ศ.1969-1970  มีการก่อสร้างโบสถ์หลังปัจจุบัน  โดยคุณพ่อไมเคิ้ล  เดลมอตต์  คุณพ่อเจ้าวัดในวันที่  29  ตุลาคม ค.ศ. 1970  มีการเตรียมก่อสร้างตึก 4 ชั้นใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปีครึ่ง  ทำพิธีเปิดในวันที่ 7 กรกฎาคม  ค.ศ. 1972  โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  ชื่อ  ทองเปลว  มีสมณฑูตท่านมอเร็ตตี  พระคุณเจ้าเปโตร คาเร็ตโตมาเป็นเกียรติ  ท่านราชฑูตประเทศฮอนแลนด์มามอบตึก เพราะท่านเป็นผู้สนับสนุนเงินการก่อสร้างในวันที่ 18 เมษายน ค.ศ.1972  เริ่มการก่อสร้างอาคารซาวีโอปัจจุบัน เปิดใช้ในปีถัดไป มีการสร้างห้องอาหารสำหรับนักเรียน ไป  กลับ และโรงครัวนักเรียนประจำปัจจุบัน  ตอนที่คุณพ่อไรมุนโด  การ์เซียเป็นคุณพ่ออธิการแล้ว

            ในขณะนั้นโรงเรียนแสงทองวิทยาได้พัฒนาวงดุริยางค์ และได้รับเชิญให้ไปบรรเลงเพื่อรับเสด็จในหลวง  ซึ่งเสด็จทรงกระทำพิธีเปิดรูปพระราชบิดาและโรงพยาบาลประสาทสงขลา  ต่อจากนั้นวงดนตรีของโรงเรียนได้ไปแสดงตามสถานที่ต่างๆ  และในปี 1969  นักเรียนดนตรีได้แปรขบวนพาเหรดในโอกาสเปิดการแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทยครั้งที่ 3 ณ สนามกลางเทศบาลเมืองหาดใหญ่  และการแสดงครั้งนี้ได้นำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียนเป็นอย่างมาก    ในปีถัดไปวงดนตรีของโรงเรียนได้รับเชิญให้ไปรับและส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฎราชกุมาร  ณ  ท่าอากาศยานสงขลา

            ต่อจากนั้นในปี 1973 มีคุณพ่อไรมุนโต  การ์เซีย มาเป็นอธิการโรงเรียน ท่านได้เอาใจใส่ปรับปรุงสภาพของห้องเรียนที่ยังเป็นไม้ และเทถนนคอนกรีตตั้งแต่ประตูมาถึงหน้าอาคารสำนักงาน และปรับปรุงสนามฟุตบอลสนามบาสเกตบอลเสียใหม่

            ในวันที่ 4 กันยายน 1974  คุณพ่อเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนทำพิธีเปิดอนุสาวรีย์นักบุญดอมินิก  ซาวีโอทั้งหมดเพื่อการฉลอง 25 ปีของโรงเรียน ในปี ค.ศ.1975 นับว่าตอนนี้บริเวณโรงเรียนแสงทองวิทยา มีสภาพสมบูรณ์แบบซึ่งจะคงอยู่นานอีกหลายปี

            ในปี ค.ศ.1974 มีการริเริ่มรวมตัวของศิษย์เก่ารุ่นต่างๆเพื่อจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่า  ซึ่งในวันที่ 17 สิงหาคม  ค.ศ.1979  มีการตั้งสมาคมศิษย์เก่าเป็นครั้งแรกและเปิดป้ายของสมาคมในวันที่  24 ธันวาคม ในปีเดียวกัน

            ในวันที่  21 มิถุนายน ค.ศ.1977  มีการวางศิลาฤกษ์เพื่อต่ออาคารสำนักงานไปทางตะวันตก (อาคาร 2 ปัจจุบัน) เพื่อเตรียมอาคารสถานที่เพื่อเปิดชั้น ม.ปลาย ซึ่งจะเปิดทำการสอนในวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ.1978 ตามความเรียกร้องของประชาชน  และให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาของชาติ  เพื่อทำห้องสมุดและห้องอุปกรณ์โรงเรียนด้วย และในปี ค.ศ.1978  ได้เปิดการสอนในระดับมัธยมปลายและได้เปิดการฝึกวิชาทหารในปีถัดไป

 

   ในปี ค.ศ. 1979 คุณพ่อประธาน ศรีดารุณศีล เป็นอธิการโรงเรียนแสงทองวิทยาเพียง 1 ปี

            ในวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ.1980  คุณพ่อวีระ เจนผาสุก มาเป็นคุณพ่ออธิการโรงเรียนแสงทองวิทยา  ท่านได้เอาใจใส่การสอนภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ  และการสอนจริยธรรม 

            ในปี ค.ศ.1986  คุณพ่อยอห์น  วิสเซอร์มาเป็นอธิการฯท่านได้ลงมือสร้างอาคาร 36  และปรับปรุงสนามทั้งหมดเสียใหม่ เพื่อฉลอง 36 ปีของโรงเรียน ในวันที่ 2 พฤศจิกายนในปีเดียวกัน ท่านได้ก่อตั้งชมรมครูและผู้ปกครองโรงเรียนแสงทองวิทยา  ในปีต่อไปคุณพ่อยังได้เปิดห้องคอมพิวเตอร์ครั้งแรกในโรงเรียนแสงทองวิทยา

            ในปีค.ศ. 1995 คุรพ่อการ์เซียมาเป็นอธิการอีกครั้ง  ท่านได้ปรับปรุงวิธีการสอนภาษาอังกฤษเสียใหม่  โดยเปิดห้องปฏิบัติการทางภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษา (ปี ค.ศ.1989) และประถมศึกษา (ปี ค.ศ. 1992) ท่านได้เป็นห่วงการเป็นอยู่ของคณะครูและพนักงานของโรงเรียนจึงลงมือสร้งบ้านพักครู และในวันที่  15 มิถุนายน ค.ศ.1994  ท่านได้ทำพิธีเปิดบ้านพักครูแสงทอง

            ในปี ค.ศ.1995 คุณพ่อสมชาย  กิจนิชี  มาเป็นคุณพ่ออธิการ  ระยะเวลา 5 ปีจากนี้ไปเป็นเวลาที่มีการปรับปรุงโรงเรียนให้ทันสมัย  ให้มีคุณภาพทางด้านการจัดการทางด้านการศึกษาและอุปกรณ์การศึกษา  ในปีนี้คุณพ่อได้ส่งเสริมให้วงดุริยางค์ให้สมบูรณ์  ได้ปรับปรุงห้องโสตฯ  หอประชุมอาคารซาวีโอ  และได้ปรับปรุงระบบไฟของโรงเรียนให้ทันสมัย  ได้ปรับปรุงร้านอาหาร

            ในปี ค.ศ.1996  คุณพ่อไมเกิ้ล  อดุลย์เกษม  มาเป็นคุณพ่อรองอธิการที่อำเภอหาดใหญ่   เป็นเวลา 4 ปี  และทำสวนนก  มีการฉลองซาเลเซียนเกมส์ (Salesian Games) ที่หาดใหญ่อย่างสง่างาม

            ในปี ค.ศ. 1997 คุณพ่อสุเทพ  ช้อนทอง  เข้ารับตำแหน่งครูใหญ่  มีการปรับปรุงห้องสมุดระดับต่างๆให้เป็นไฮเทค  การลงทะเบียน  การทำบัตร  และการยืมด้วยระบบบาร์โค๊ดและคอมพิวเตอร์

            ในปี ค.ศ.1998  คุณพ่อแอนโทนีได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการฯที่โรงเรียนแสงทองวิทยา  และคุณพ่อสุเทพ  ช้อนทอง  เป็นครูใหญ่ มีการปรับปรุงที่ทำงานในสำนักงาน  มีการย้ายห้องเรียนและห้องกิจกรรมนักเรียนและห้องดุริยางค์เพื่อความเหมาะสม และมีการเพิ่มห้องคอมพิวเตอร์และริเริ่มโครงการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ให้เชื่อมต่อถึงกันหมดทั้งโรงเรียน

            ในวันที่ 24  มิถุนายน ค.ศ.1998  มีการก่อสร้างค่ายลูกเสือ  ในพื้นที่ 36 ไร่  เขาเทียมดาว  ตำบลเขารูปช้าง  เพื่อการเตรียมชุมนุมลูกเสือซาเลเซียนในเดือนมีนาคม ค.ศ.1999

            ในเดือนมกราคม ค.ศ.2000  โรงเรียนได้รับการตรวจผ่านมาตรฐาน ISO 9002 :1994  โดยบริษัท  Quality  Science  Universal QSU ) CN : 309069 

            ในปีนี้มีการทำโครงการปรับปรุงอาคารและบริเวณสนามให้เหมาะสมเพื่อการฉลอง 50 ปี โรงเรียนแสงทองวิทยา  เปลี่ยนหลังคาอาคารหลังแรก ทำสนามฟุตบอล ติดเครื่องปรับอากาศหลายห้องเรียน และทำป้ายและประตูโรงเรียนใหม่โดยที่สมาคมศิษย์เก่าให้การสนับสนุน

            ในปี ค.ศ. 2000 นี้เองโรงเรียนแสงทองวิทยาร่วมกับโรงเรียนธิดานุเคราะห์จัดกิจกรรมร่วมกันตลอดปี  อาทิ เช่น  การเดินเฉลิมพระเกียรติ 50 ปีธิดา  แสงทอง  จัดกีฬาสี 50 ปี ธิดา  แสงทอง  ในวันที่  22 ธันวาคม  จะมีการจัดแสดงอันยิ่งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปีแสงทออย่างเป็นทางการ  แต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่  21  26 พฤศจิกายน  อุปกรณ์และเอกสารสำคัญเสียหายมาก  ทำให้ต้องเลื่อนงานฉลองไปเป็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2001

            ในปี ค.ศ. 2002  คุณพ่อยะรัตน์  ไชยรา  เข้ามารับตำแหน่งครูใหญ่และได้ประสานต่อในด้านการบริหารจัดการ  เกี่ยวกับหัวหน้าช่วงชั้น  หัวหน้ากลุ่มสาระต่างๆ  ตลอดจนมีการปรับปรุง  เปลี่ยนแปลงอาคารสำนักงาน

            ในปี ค.ศ. 2003 มีคุณพ่อแอนโทนี  เรสเต็ลลี่  เป็นอธิการ , คุณพ่อนิพนธ์  สาราจิตต์  เป็นรองอธิการ , ภราดาเกรียงศักดิ์  ฮอรีกุจิ , คุณพ่อปิยะ  พืชจันทร์  เป็นคุณพ่อศึกษานักเรียนประจำ  และคุณพ่อภูวนัส  กิจสวัสดิ์  ได้รับแต่งตั้งเข้ามาเป็นครูใหญ่ / ผู้จัดการ  หมู่คณะโรงเรียนแสงทองวิทยาได้จัดทำธรรมนูญ 2004  2008  มีการพัฒนาบุคลากรครูในด้านการประกันคุณภาพภายนอก  ภายใน  ด้านวิชาการและด้านคุณธรรมจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง  เปิดทางเลือกให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.  ป.6  ทางด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ ทัศนศิลป์  สรรหาอุปกรณ์การเรียนการสอน  เช่น  เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ช่วงชั้นที่ 1 ทำห้องสมุดคอมพิวเตอร์  อุปกรณ์เทคโนโลยีสำหรับบุคลากรครู  อุปกรณ์ห้องวิทยาศาสตร์  เครื่องฉายภาพ  อุปกรณ์วงโยธวาฑิต  ดนตรีไทย  ดนตรีสากล  อุปกรณ์กีฬา  โต๊ะปิงปอง  ยานพาหนะรถตู้  ด้านอาคารสถานที่ ได้มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์แม่พระ  ศาลาไทย  น้ำพุ  มีการเปิดประตูด้านหลังเพื่อสะดวกต่อการรับ  ส่ง นักเรียน  อีกทั้งได้มีการริเริ่มทำโครงการสร้างอาคารหลังใหม่

            ในปี ค.ศ. 2004  คุณพ่อสมชาย  กิจนิชี  ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการ  และมีคุณพ่อนิพนธ์  สาราจิตต์  เป็นรองอธิการ , ภราดาเกรียงศักดิ์  ฮอรีกุจิ  เป็นเหรัญญิก , คุณพ่อปิยะ  พืชจันทร์  เป็นคุณพ่อศึกษานักเรียนประจำ  และคุณพ่อภูวนัส  กิจสวัสดิ์  เป็นครูใหญ่ / ผู้จัดการ ดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามคลอง ด้านหลังโรงเรียนบริเวณอาคาร 2

            ในปี ค.ศ. 2005  คุณพ่อสมชาย  กิจนิชี เป็นอธิการ ,คุณพ่อนิพนธ์   สาราจิตต์  เป็นรองอธิการ / เจ้าอาวาส  ภราดาเกรียงศักดิ์  ฮอรีกุจี   เป็นเหรัญญิก คุณพ่อภูวนัส  กิจสวัสดิ์  เป็นครูใหญ่ ผู้จัดการ  และ   บราเดอร์  สุธรรม  ฉายาบรรณ ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยเหรัญญิก  และได้โยกย้ายคุณพ่อปิยะ   พืชจันทร์  ไปรับตำแหน่งเหรัญญิก ณ โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย  จ. ราชบุรี   ส่วนในปีนี้ได้มีการเปิด ห้องเรียน Mini EnglishProgramในระดับชั้น ป.4  ม.1  ให้กับนักเรียนที่มีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ   ได้พัฒนาเนื้อหาการเรียนการสอนและการประเมินผล  เพิ่มหนังสือและตู้หนังสือในห้องสมุดเพื่อให้นักเรียนเกิดการรักการอ่าน         ส่งเสริมความรักด้าน-ดนตรี จัดซื้อเครื่องดนตรีเพิ่มเติมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทยหรือดนตรีสากล  เพิ่มห้องคอมพิวเตอร์อีก 1 ห้องเรียน เป็นจอ LCD  เพิ่มห้องเรียนศิลปะ  เพิ่มห้องเรียนภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ  เพิ่มห้องวิทยาศาสตร์ และจัดซื้ออุปกรณ์ (ห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ) มีสวนพฤกษชาติ สวนแห่งการเรียนรู้ธรรมชาติ  และอาคารดนตรีไทยหลังใหม่  นอกจากนี้ได้มีการจัดทัศนศึกษาทัวร์บูรณาการ และทัศนศึกษาประเทศออสเตรเลีย

 ในปี ค.ศ. 2006 คุณพ่อสมชาย   กิจนิชี   เป็นอธิการ  , คุณพ่อนิพนธ์   สาราจิตต์    เป็นรองอธิการ/เจ้าอาวาส ภราดาเกรียงศักดิ์   ฮอรีกุจี  เป็นเหรัญญิก บราเดอร์สุธรรม  ฉายาบรรณ  เป็นผู้ช่วยเหรัญญิก,  คุณพ่อภูวนัส  กิจสวัสดิ์  เป็นครูใหญ่ ผู้จัดการ  และคุณพ่อพรจิต พูลวิทยกิจ   ได้เข้ามารับตำแหน่ง       รองเจ้าอาวาส   นอกจากจะมีการเปิดห้องเรียน  Mini  English Programในระดับชั้นป.1 - ม.2   แล้ว   ในปีนี้ได้มีการเปิดห้องเรียน วิทย์ – คณิต  ชั้น ม.1  ขึ้น  เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักเรียนอีกทางหนึ่ง มีการปรับปรุงและ      จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ จำนวน 60 เครื่อง สำหรับห้องคอมพิวเตอร์ช่วงชั้น 2 เพิ่มห้องน้ำให้กับนักเรียน       อีก 3 ห้อง  มีการจัดทำกันสาดหน้าโรงเรียน  และเปิดร้านหนังสือ S.T. BOOK  เพื่อส่งเสริมนักเรียนให้อ่านหนังสือมากยิ่งขึ้น

            ในปี ค.ศ.2007คุณพ่อสมชาย  กิจนิชี  เป็นอธิการ, คุณพ่อยอห์น ลิสซันดริน เป็นรองอธิการ/เจ้าอาวาสภราดาเกรียงศักดิ์    ฮอรีกุจี  เป็นเหรัญญิก บราเดอร์สุธรรม  ฉายาบรรณ  เป็นผู้ช่วยเหรัญญิก , คุณพ่อภูวนัส  กิจสวัสดิ์  เป็นครูใหญ่ /ผู้จัดการ  และคุณพ่อพรจิต  พูลวิทยกิจ   เป็นรองเจ้าอาวาส  มีการดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ (ตึก 7 ชั้น) มีการจัดซื้อโปรเจคเตอร์ให้ในห้องเรียนระดับชั้นเรียนละ 1-2 ตัว        รวมทั้งสิ้น 20 ตัว/ ปรับปรุงและจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ จำนวน 60 เครื่อง สำหรับห้องคอมพิวเตอร์ช่วงชั้น 3/จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา(Notebook) จำนวน 4 เครื่อง/ จัดทำบอร์ดบริเวณด้านหน้าโรงเรียน และบอร์ดประชาสัมพันธ์กิจกรรมภายในโรงเรียน /ปรับเปลี่ยนห้องเรียนศิลปะ อาคาร 36/ปรับหลักสูตรวิทยาศาสตร์ และหนังสือเรียน

            ในปี ค.ศ. 2008 คุณพ่อสมชาย  กิจนิชี เป็นอธิการ/ผู้รับใบอนุญาต/เหรัญญิก   คุณพ่อภูวนัส   กิจสวัสดิ์  เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน/ผู้จัดการ ในภาคเรียนที่ 2 ได้ย้ายนักเรียนประจำไปอยู่ชั้น 6-7 ของอาคารใหม่ 7 ชั้น ปรับปรุงถนนหน้าอาคาร 36  หน้าอาคาร 1 สนามบาส สนามตะกร้อ สนามฟุตบอล

            ในปี ค.ศ. 2009 คุณพ่อสมชาย กิจนิชี เป็นอธิการ/ผู้รับใบอนุญาต คุณพ่อแอนโทนี เรสเตอรี่ ย้ายมาเป็นเหรัญญิก ภราดาพิทยา เต็งล่อไล้ย้ายมาเป็นผู้ดูแลนักเรียนประจำ คุณพ่อยอห์น ลิสซันดริน เป็นรองอธิการ/พ่อเจ้าวัด ภราดาสุธรรม ฉายาบรรณ เป็นที่ปรึกษา ในปีนี้ได้ทำการเคลื่อนย้ายห้องพักครูช่วงชั้นที่ 3 จากอาคาร 1 ไปอยู่อาคารใหม่ชั้น 3 ย้ายห้องพักครูช่วงชั้นที่ 4 จากอาคาร 2 ไปอยู่อาคารใหม่ชั้น 5 และยังได้

-          ปรับปรุงอาคาร 2 ชั้นที่ 2 จากห้องเรียนชั้นประถม 3 เป็นห้องพักครูช่วงชั้นที่ 1 และ 2

-          ปรับปรุงอาคาร 2 ชั้นที่ 3 จากห้องเรียนชั้นประถม 4 เป็นห้องเรียนชั้นประถม 6

-          ปรับปรุงอาคาร 3 ชั้นที่ 2 จากห้องเรียนชั้นประถม 2 และ 3 ห้องพักผู้ใหญ่ ห้องโสต เป็นห้องทำงานของคณะผู้ใหญ่ วัดน้อย และห้องทำงานของฝ่ายต่างๆ

-          ปรับปรุงอาคาร 3 ชั้นที่ 3 จากที่พักนักเรียนประจำ เป็นเกียรติยศ ห้องเรียนชั้นมัธยมปีที่ 3 ห้องซักรีด ห้องพักรับรอง และห้องพักคนงานซักรีด

-          ปรับปรุงอาคาร 3 ชั้นที่ 1 จากห้องพยาบาล ห้องทำงานคณะผู้ใหญ่ ห้องทำงานของฝ่ายต่างๆ  เป็นโถงโล่งใช้เข้าแถวนักเรียนมัธยมปลาย

-          ปรับปรุงห้องพักครูช่วงชั้นที่ 1-2 และห้องเรียนชั้นประถม 1 เป็นห้องครัว และห้องอาหารนักเรียนประจำ

-          ปรับปรุงใต้อาคาร 2 เป็นห้องพยาบาล และห้องประชาสัมพันธ์ใหม่

-          สร้างสะพานเหล็ก เชื่อมระหว่างอาคาร 1 กับอาคาร 2 บริเวณชั้น 2 และชั้น 3

-          สร้างและปรับปรุงหลังคาห้องน้ำอาคาร 2 ใหม่

-          เปิดใช้ประตูที่ 3 อาคารใหม่ ด้านถนนชลธารา

-          จัดทำสวนหย่อมระหว่างอาคารใหม่ 7 ชั้น กับอาคาร 3

ในปี ค.ศ. 2010 คุณพ่อแอนโทนี   เรสเตอรี่ เป็นอธิการและเหรัญญิก คุณพ่อภูวนัส กิจสวัสดิ์ เป็นผู้อำนวยการ / ผู้จัดการ และผู้แทนผู้รับใบอนุญาต คุณพ่อยอห์น ลิสซีดริน เป็นรองอธิการและพ่อเจ้าวัด ภราดาพิทยา เต็งล่อไล้ เป็นผู้ดูแลนักเรียนประจำ ภราดาสุธรรม ฉายาบรรณ เป็นที่ปรึกษาและได้มีการ

-          ปรับปรุงอาคาร 1 ชั้น 4 จากห้อง Lab วิทยาศาสตร์ 2 ห้อง ยุบเหลือ 1 ห้อง เพื่อทำเป็นห้องเรียน ชั้น ป. 5/3 และห้องเรียนเสริมกลุ่มอ่อน ห้องพักครูวิทยาศาสตร์ อาคาร 1 ชั้น 4 เป็นห้องเรียนชั้นประถม 5/4

-          ติดตั้งจอและเครื่อง Projector ในห้องเรียนชั้นประถม 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 และห้องกิจกรรมทุกห้อง

-          เพิ่มจำนวนห้องเรียนเป็น 62 ห้องเรียน

-          ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมเอกชน ให้ใช้อาคารใหม่ 7 ชั้น และเพิ่มความจุนักเรียนทั้งหมด 4,242 คน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553

ในปี ค.ศ. 2011 คุณพ่อแอนโทนี่ เรสเตอรี่ เป็นอธิการและเหรัญญิก คุณพ่อภูวนัส กิจสวัสดิ์ เป็นผู้อำนวยการ / ผู้จัดการ ภราดาพิทยา เต็งล่อไล้ เป็นผู้ดูแลนักเรียนประจำ ภราดาสุธรรม ฉายาบรรณ เป็นที่ปรึกษา

-          เดือนเมษายน 2554 ได้ทำการรื้อถอนโรงอาหารเก่าเพื่อจัดสร้างอาคารโรงอาหารใหม่ 6 ชั้น โดยใช้อาคารซาวีโอ และใต้อาคารใหม่เป็นโรงอาหารชั่วคราว

-          มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 3,032 คน เพิ่มเป็น 66 ห้องเรียน โดยมีนักเรียนเฉพาะนักเรียนแสงทอง 2,956 คน

ในปี ค.ศ. 2012 คุณพ่อแอนโทนี่ เรสเตอรี่ เป็นอธิการและเหรัญญิก คุณพ่อภูวนัส กิจสวัสดิ์ เป็นผู้อำนวยการ / ผู้จัดการ ภราดาพิทยา เต็งล่อไล้ เป็นผู้ดูแลนักเรียนประจำ ภราดาสุธรรม ฉายาบรรณ เป็นที่ปรึกษา

-          ดำเนินการสร้างอาคารเรียนและโรงอาหาร 6 ชั้น, มีการติดตั้งโทรทัศน์กล้องวงจรปิดในห้องเรียน และกำลังดำเนินการติดตั้งเครื่องเสียงภายในห้องเรียน